ห้องนอนเพื่อสุขภาพ

ภูมรินทร์ ณ วิเชียร มัณฑนากร

0
692
ห้องนอนเพื่อสุขภาพ

การได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของความสดชื่น แจ่มใส สุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง พร้อมสำหรับการเริ่มต้นทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เราได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ คือ การจัดการกับสถานที่ที่เรานอน นั่นคือ ห้องนอน นั่นเอง

ห้องนอนที่ถูกสุขลักษณะควรเป็นห้องที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว สะอาด ปราศจากกลิ่น เสียงรบกวน สำหรับท่านที่มีบ้านเดี่ยวคงไม่มีปัญหาสักเท่าไรนัก เพราะบ้านเดี่ยวนั้นมีการจัดแบ่งห้องต่าง ๆ เป็นสัดส่วนอยู่แล้ว ปัญหาในการจัดห้องนอนมักเกิดกับผู้ที่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุดคอนโดมิเนียม เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด ห้องนอนเลยกลายเป็นห้องอเนกประสงค์ไป คือนอกจากจะใช้นอนหลับพักผ่อนแล้ว ยังเป็นห้องทำงาน ดูทีวี แต่งตัว ทำให้การจัดห้องนอนต้องวางแผนจัดระเบียบให้ถูกสุขลักษณะ โดยให้ยึดหลักง่าย ๆ คือ โล่ง โปร่ง สบาย สะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน ซึ่งทำได้ไม่ยาก

ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าห้องนอนที่ดีนั้นเป็นอย่างไร ควรมีเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง และมีวิธีรักษาความสะอาดห้องนอนอย่างไร

  • ตำแหน่งของห้องนอน ควรอยู่ในทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแดดยามเช้า แดดอ่อน ๆ ตอนเช้าทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น
  • สีสันในห้องนอน โทนสีที่เหมาะที่สุดสำหรับทาห้องนอนคือ สีโทนเย็น โทนอบอุ่น หรือสีพาสเทล ได้แก่ สีฟ้าอ่อน เขียวอ่อน เหลืองอ่อน เพราะสีโทนดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้อาศัยรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย สบายใจ หากชอบสีสันจี๊ดจ๊าดสดใส เปลี่ยนไปเล่นสีสันกับผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าม่าน หรือรูปภาพจะดีกว่าค่ะ เพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตลอดเวลาตามความต้องการ
  • ผ้าม่าน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องนอน ควรเลือกผ้าที่ไม่จับฝุ่น ทำความสะอาดง่าย เลือกลวดลายและสีสันที่ดูแล้วสบายตา
  • เตียงนอน เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่สุดและอาจมีขนาดใหญ่สุดในห้อง ดังนั้นจึงต้องจัดวางให้เหมาะสม ตำแหน่งที่เหมาะสมคือวางไว้ค่อนมาทางผนังด้านที่ไม่ติดกับหน้าต่างจะได้สะดวกในการเปิดปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และทำความสะอาด การเลือกเตียงนอนก็สำคัญ ควรเลือกเตียงแบบขาโปร่ง พื้นที่ใต้เตียงจะได้โล่ง สามารถทำความสะอาดได้สะดวก หากเป็นเตียงแบบไม่มีขาเตียง ดูภายนอกอาจจะดูเรียบร้อย แต่ใต้เตียงอาจจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่น หรือเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ เช่น มด ปลวก แมลงสาบ
  • ที่นอน แล้วแต่คนชอบ คนยุโรปชอบที่นอนนุ่มมีสปริง แต่คนเอเชียอย่างเราส่วนใหญ่ชอบที่นอนแข็ง เพราะทำให้ไม่ปวดหลัง แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกที่นอนอย่างไรหรือวัสดุใด คุณควรพลิกกลับที่นอนทุก ๆ 6 เดือน และสังเกตสภาพที่นอนสม่ำเสมอ เช่น มีรอยยุบเป็นแอ่ง มีสปริงโผล่ทะลุออกมาจากที่นอนหรือไม่ เหล่านี้เพื่อสวัสดิภาพในการนอนค่ะ หากพบความเสียหายของที่นอนอย่าทนนอน ควรเปลี่ยนที่นอนใหม่ดีกว่าค่ะ
  • ชุดเครื่องนอน ได้แก่ ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ควรเลือกที่มีคุณภาพดี ทำความสะอาดง่าย เช่น ผ้าปูที่นอนควรเลือกเป็นผ้าฝ้าย ซาติน ซึ่งจะให้ความรู้สึกนุ่มเมื่อสัมผัส หมอนต้องไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป
  • โต๊ะทำงาน ท่านที่ชอบทำงานก่อนเข้านอนควรหามุมให้โต๊ะทำงาน อาจเป็นด้านข้างหรือปลายเตียงเพื่อไม่ให้เสียงจากคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์การทำงานรบกวนคนที่นอนด้วย
  • ทีวี คนส่วนใหญ่ชอบนอนดูบนเตียงก่อนนอน บ้างก็ให้เสียงจากทีวีกล่อมนอนจนหลับ คุณ ๆ ที่เข้าข่ายที่ว่านี้ควรวางทีวีไว้ปลายเตียงจะเหมาะสุด แต่อย่าวางใกล้มากเกินไปนะคะ เพราะเสียงและแสงจากทีวีอาจรบกวนการนอนของคนนอนข้าง ๆ
  • โต๊ะข้างเตียง สำหรับเก็บของ วางหนังสือ และตั้งโคมไฟ สำหรับอ่านหนังสือ บางทีเราอาจจะใช้เป็นตู้ใบเล็กแทน สำหรับคนที่ชอบสะสมของ
  • โคมไฟ ห้องนอนเป็นห้องสำหรับพักผ่อน ดังนั้นการใช้แสงสว่างทั้งห้องจึงไม่จำเป็น มาเน้นให้สว่างเฉพาะจุดโดยใช้โคมไฟช่วย เช่น โคมไฟหัวเตียงสำหรับอ่านหนังสือ โคมไฟตั้งโต๊ะเวลาทำงาน มีให้เลือกหลายแบบหลายทรง ทั้งตั้งโต๊ะ ตั้งพื้น แขวนผนัง ทรงกลม ทรงรี แล้วแต่ชอบค่ะ สำหรับหลอดไฟแนะนำให้ใช้หลอดสี cool white แสงชนิดนี้จะสร้างบรรยากาศในการนอนได้ดีมากเลยทีเดียวค่ะ
  • รูปภาพแขวนผนัง คุณ ๆ ที่ชอบประดับผนังด้วยรูปภาพเพื่อสร้างบรรยากาศให้ห้องนอนละก็ควรเลือกภาพที่ดูแล้วสดชื่น เจริญตา เจริญใจ เช่น ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพดอกไม้ ภาพวาดแนวศิลปะ ให้เลือกภาพใหญ่ภาพเดียว หรือถ้าภาพที่เลือกมีภาพเล็กหลาย ๆ ภาพ การติดผนังก็ต้องคำนวณระยะห่างของแต่ละภาพให้เหมาะ ถ้าจะสร้างบรรยากาศขึ้นอีกนิด ใช้ไฟ down light หลอด halogen ชนิดปรับมุมได้ สาดเข้าไปที่รูปภาพ จะได้บรรยากาศไม่แพ้โรงแรมชั้นหนึ่งเลยล่ะค่ะ
  • เก้าอี้นั่งสบาย สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ห้องนอนใหญ่พอประมาณ ใช้สำหรับนั่งอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ส่วนใหญ่จะวางข้างเตียง ใกล้หน้าต่าง ถ้าจะเพิ่มสตูลสำหรับวางเท้า จะทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น
  • ห้องนอนไม่ควรปูพรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพรมเก็บฝุ่นได้ดี อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ แต่ถ้าชอบพรมจริง ๆ แนะนำให้ใช้พรมชิ้นเล็ก วางเฉพาะจุด เช่น วางไว้ข้างเตียง ปลายเตียง
  • เครื่องปรับอากาศหรือพัดลม ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งคือ ติดตั้งในแนวขวางกับเตียงนอน ขยับเยื้องไปทางปลายเตียงเล็กน้อย เพราะการติดตั้งไว้ที่เหนือศีรษะหรือปลายเท้าอาจทำให้เราไม่สบายจากการได้รับไอเย็นโดยตรงเป็นระยะเวลานาน และเมื่อต้องการปิดเครื่องปรับอากาศ ควรปิดห้องไว้ก่อนประมาณ 15 นาที แล้วค่อยเปิดหน้าต่างให้อากาศภายนอกนอกไหลเข้ามา เพราะถ้าปล่อยให้อากาศร้อนเจออากาศเย็นจัดทันที มวลอากาศจะควบแน่นกันเป็นไอ ทำให้มีความชื้นสะสมตามที่นอนและวัสดุที่ทำจากผ้า ตามมาด้วยกลิ่นอับภายในห้องนอน ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
  • เปิดหน้าต่างประตูรับสายลมและแสงแดด ห้องนอนที่ดีควรมีหน้าต่างและประตูที่สามารถเปิดรับแสงแดดยามเช้าเพื่อความสดชื่น รับลมที่จะช่วยให้มีการระบายอากาศ เป็นการกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ หากมีหน้าต่างน้อยบาน การติดตั้งพัดลมดูดอากาศก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยได้
  • ควรดูดฝุ่นในห้องนอนอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพื่อกำจัดการสะสมของฝุ่นตามพื้น บนโต๊ะทำงาน ใต้เตียง อันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ หอบหืด
  • ที่นอนและเครื่องนอน เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้ซักทำความสะอาดบ่อย ๆ หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
  • วันไหนแดดจัด ๆ ควรนำที่นอนและหมอนออกมาตากแดดบ้างนะคะ ช่วยฆ่าเชื้อโรค กำจัดกลิ่นอับและความชื้น
  • ควรเรียกช่างให้มาล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง
  • เพิ่มความหอมความสดชื่นให้ห้องนอนด้วยการหาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมที่ชอบมาปักแจกันไว้ หรือจะเป็นพวกน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจากพืชธรรมชาติ กลิ่นที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับสบายขึ้น เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ เป็นต้น

สำหรับสไตล์ในการตกแต่งห้องนอน อันนี้ต้องแล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน ลองทำตามข้อแนะนำข้างต้น รับรองว่าท่านจะนอนหลับอย่างมีความสุข ตื่นอย่างสดชื่น จิตใจแจ่มใส พร้อมออกไปลุยงานหนักได้อย่างสบายแน่นอนค่ะ

 

Resource: HealthToday Magazine, 196 August 2017