วิธีดูแลตับ

นพ.นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์

0
166
วิธีดูแลตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่คนเราจะขาดเสียไม่ได้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคตับที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรมโรคตับ เป็นต้น แต่มีหลายอย่างที่เราควบคุมได้ และควรให้ความใส่ใจ ปฏิบัติให้เป็นนิสัยเพื่อสุขภาพดีของตับ ซึ่งส่งผลให้ตัวเรามีสุขภาพดีตามไปด้วย แม้ว่าเรากำลังเป็นโรคตับ แต่ขั้นตอนที่จะนำเสนอต่อไปนี้อาจจะช่วยทำให้โรคหายไป หรือดีขึ้น หรือเสียหายน้อยลง

การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมีผลต่อสุขภาพตับ

การกินอาหารดีและการออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพตับดี และสุขภาพร่างกายทั่วไปดีขึ้นด้วย ช่วยให้น้ำหนักไม่ขึ้นหรือไม่อ้วน (ความอ้วนทำให้มีโรคตามมาเยอะ) เลือกกินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผลไม้ ผัก ข้าวไม่ขัดสี ถ้าน้ำหนักคุณอยู่ในเกณฑ์ดีควรพยายามรักษาระดับดีเอาไว้ ถ้าคุณต้องการลดน้ำหนักและไม่รู้จะทำอย่างไรควรปรึกษาแพทย์ ไม่ใช่ทำแบบสุ่มเสี่ยง ไปเที่ยวซื้ออาหารเสริมที่เขาทำขึ้นมาหลอกขาย อาหารเสริมแบบนี้มีสารที่มีอันตรายต่อสุขภาพหรือชีวิต (ขณะที่เขียนนี้มีการตรวจจับปราบปรามผู้ผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนักกันมาก)

จากงานวิจัยพบว่าการลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะด้วยการเปลี่ยนวิถีชีวิตการกินอยู่หรือการผ่าตัดลดความอ้วน (ผ่ากระเพาะอาหารหรือลำไส้) สามารถทำให้โรคไขมันลงตับชนิดที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (NASH) ดีขึ้นได้ นอกจากนี้หมออาจจะแนะนำให้ลดการกินเค็ม (โซเดียม) เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกาย เช่น น้ำในท้อง (ท้องมาน) หรือน้ำที่ขา (ขาบวมน้ำ)

การป้องกันโรคตับที่ดีต้องลด ละ เลิกการบริโภคแอลกอฮอล์

บางกรณีแม้จะดื่มเหล้าปริมาณน้อย ๆ ก็อาจจะทำให้โรคตับเป็นมากขึ้น ในกรณีที่โรคตับเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ การงด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์อาจจะช่วยเพิ่มอายุขัย คือตายช้าลง ถ้าคุณเป็นโรคตับแข็งต้องงดแอลกอฮอล์เด็ดขาด ถ้าคุณเป็นโรคตับแต่ตับยังไม่แข็งก็ควรจะถามหมอตับของคุณว่าจะดื่มเหล้าได้หรือไม่ คนไข้ที่กินยาบางอย่างรวมทั้งยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบที่มีอินเตอร์เฟียรอนเป็นส่วนผสมก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าคุณไม่มีโรคตับและเลือกที่จะดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรจะดื่มแบบพอประมาณ ที่ว่านี้หมายความว่า…

  • สำหรับผู้หญิงทุกช่วงอายุและผู้ชายที่อายุเกิน 65 ปีที่มีสุขภาพดี ควรดื่มไม่เกินวันละ 1 ดริงค์
  • สำหรับชายอายุ 65 ปีหรือน้อยกว่า ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ดริงค์

การใช้ยามีผลต่อตับ

เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ทำลายสารพิษที่มีในเลือด การใช้ยาจึงควรระวัง ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร (หรือบางกรณีต้องเชื่อฟังพยาบาล) ควรทำตามแพทย์เมื่อบริโภคยา วิตามิน หรือสารเสริมอาหาร ควรพูดคุยซักถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยา สารเสริมอาหาร สมุนไพร หรือยาผีบอกต่าง ๆ ไม่ควรคิดว่าสมุนไพรหมายถึงสิ่งที่ดีมีประโยชน์อย่างเดียว บางอย่างมีพิษต่อสุขภาพของตับ โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมหลายอย่าง เช่น ยาลดน้ำหนัก ยาเสริมกล้าม หรือยาหม้อใหญ่ หรือน้ำหมัก ซึ่งมีตัวยาหรือสารจากพืชซึ่งมีสารอะไรบ้าง มีพิษภัยอะไรบ้างไม่มีใครรู้ อาจจะเรียกว่า “ยามั่วใหญ่” ก็ไม่ผิด ไม่ควรกินซี้ซั้ว อย่ายอมเอาตัวเองเป็นหนูลองยาจนตับเสียหายแล้วจึงรู้สึกว่าเสียค่าโง่แพงมาก อนึ่งคำว่า “สมุนไพร” เป็นคำที่มีมนต์ขลังนะจังงัง (เหมือนคำว่า เลเซอร์ ธรรมชาติ) แต่มันไม่ใช่สิ่งปลอดภัยสำหรับเราเสมอไป ต้องระวัง

ยาที่ใช้กันบ่อยเป็นยาแก้ปวดชื่อ paracetamol หรือ acetaminophen ที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า “ยาพารา” ยานี้ถ้าใช้อยู่ในกรอบจะได้ประโยชน์ แต่ถ้าใช้เกินขนาดจะเป็นพิษต่อตับ ยานี้เป็นสารที่ทำให้ตับเสียหายบ่อยที่สุด ผู้ใหญ่ไม่ควรกินเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เม็ดละ 500 มิลลิกรัม 8 เม็ด) แบ่งกินทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้ากินมากกว่านี้อาจจะทำให้ตับเสียหาย ปัจจัยที่ช่วยทำให้เกิดพิษต่อตับของยาตัวนี้คือนอกจากกินยามากหรือบ่อยแล้ว คนที่เป็นโรคตับอยู่ก่อน ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ และผู้สูงอายุ ต่างก็ทำให้เกิดความเสี่ยง

ระวังหลีกเลี่ยงสารเคมี

ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรแตะต้องสารเคมีที่ใช้ทำสวนหรืออย่างอื่น การใช้สารพ่นทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง หรืออย่างอื่นควรใช้ในที่มีการถ่ายเทอากาศดี และควรสวมถุงมือเสื้อแขนยาวและหน้ากากปิดจมูก ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือฉลากข้างกล่อง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือสูดควันมือสองเพราะมีผลในทางลบต่อตับ

ฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนจะช่วยได้

โดยเฉพาะวัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิด A และชนิด B จะช่วยป้องกันโรคตับอักเสบที่ทำให้ตับเป็นโรคและเสียหาย คนไทยเรามีความเสี่ยงต่อโรคไวรัสตับอักเสบมาก ความชุกของโรคนี้มีประมาณ 10% ของประชากร ตับแข็งเป็นภาวะที่มีภูมิต้านทานต่ำต่อโรคไข้หวัดใหญ่ ปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคอล บาดทะยัก คอตีบ และไอกรน วงการแพทย์จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนที่ต้านโรคเหล่านั้น ซึ่งเป็นวัคซีนที่ชื่อว่า TdaP

หลีกเลี่ยงการแตะต้องเลือดและสารคัดหลังจากร่างกายคนอื่น โดยเฉพาะคนเป็นโรค

โรคตับอักเสบจากไวรัส (และโรคอื่น ๆ ด้วย) อาจจะแพร่จากเลือดและสารหลั่งจากร่างกาย เพื่อป้องกันการติดเชื้อควรหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน เช่น มีดโกน ที่ตัดเล็บ แปรงสีฟัน

ถ้าไม่กล่าวถึงเลยบทความนี้จะไม่สมบูรณ์ คือสำหรับเมืองไทยควรจะ เพิ่มการละเลิกกินปลาดิบ เพราะมันมีพยาธิใบไม้ตับที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะไปสิงอยู่ในท่อน้ำดีของตับ เมื่อนาน ๆ เข้าจะทำให้เป็นมะเร็งตับขึ้นมาได้ เมืองไทยมีคนเป็นโรคนี้มากจนเรียกกันได้ว่าเป็นแหล่งชุกชุมของมะเร็งตับอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นเพื่อเห็นแก่สุขภาพของตับต้องเลิกกินปลาดิบหรือของดิบทุกชนิด

ถ้าคุณทำได้อย่างที่กล่าวมาข้างต้นคุณก็จะปลอดภัยจากโรคตับไปได้มาก

 

Resource: HealthToday Magazine, No.207 July 2018